โจทย์การท่องเที่ยวครั้งนี้เริ่มมาจากจะไปประเทศไหนดีที่มันใกล้ๆ ไม่ต้องลางานเพราะเนื่องจากทั้งเราเองกะเพื่อนเป็นมนุษย์ซึ่งลางานยาก "เมืองย่างกุ้ง" จึงแว๊บเข้ามาในหัว ใกล้ๆแค่นี้เอง ไปกลับยังได้แถมงบประมาณยังดีต่อใจอีกตะหาก บอกก่อนเลยว่าเราไม่ใช่สายวัดสายบุญอะไรเลย ที่อยากไปที่นี่เพราะความงามของ มหาเจดีย์ชเวดากอง ล้วนๆ
แผนการเดินทางครั้งนี้จึงเริ่มขึ้นจากการศึกษาข้อมูล อ่านรีวิวตามพันทิป จะว่าไปนี่ซื้อทัวร์จากไทยไปง่ายมากเลยนะราคาก็ถูกกว่าไปเที่ยวเองด้วยซ้ำแต่เราคิดว่าไปแค่นี้ใกล้ๆ ใช้ภาษาอังกฤษง่ายๆ แบบงูๆ ปลาๆ ของเราก็น่าจะเอาตัวรอดได้ ส่วนตัวเราแล้วชอบการไปเองมากกว่าเพราะระหว่างทางมันมีอะไรให้น่าจดจำดี (ในความเด๋อ ความงงๆ ไปถูกมั่งไม่ถูกมั่งมันเป็นเสน่ห์ อิอิ)
ออกสตาร์ทจากดอนเมืองใกล้ๆบ้านกับน้องหางแดง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาทีค่ะ เวลาที่พม่าช้ากว่าบ้านเรา 30 นาที ลงจากเครื่องผ่าน ตม.แบบง่ายๆ ไม่ถามอะไรทั้งนั้น คนไทยมาทริปไหว้พระที่นี่กันเยอะ คนในสนามบินพูดไทยกันได้นิดหน่อยเหมือนกับเราที่พูดอังกฤษได้นิดหน่อยเช่นกัน
ผ่านพิธีการต่างๆออกมาด้านนอกเราก็มาแลกเงินก่อน จาก USD เป็นเงินจ๊าด มีบูธอยู่ประมาณ 2-3 เจ้าไม่แน่ใจ เราเลือกแลกกะแถวที่คนน้อยสุด เรทก็คงเท่าๆกันแหละ อ้อ!!! USD ที่เอาไปแลกต้องเป็นแบงค์ใหม่ไม่มีรอยพับนะ แลกตังค์เสร็จก็ไปซื้อซิม เราเลือกของ Ooredoo แพคเก็จ 4GB / 4500 จ๊าด (เราไป 2 วันเหลือๆ อ่ะ สัญญาณก็ไหลลื่นดีนะ เราใช้ไม่มีสะดุดอะไร)
เสร็จจากซื้อซิมพวกเราก็ถูกแท๊กซี่รุมล้อมประดุจเซเลป แต่เราวางแผนมาแต่แรกแล้วว่าจะนั่งแท๊กซี่เที่ยวกันเองในแต่ละจุด สอบถามเราว่ามากี่วันแนะนำว่าวันแรกเราควรไปหงสา (พะโค / Bago) ก่อนนะแล้ววันกลับค่อยเที่ยวในย่างกุ้ง (หงสานี่ไม่อยู่ในแพลนเลยอ่ะ ไม่ได้ดูมาด้วยว่าที่เที่ยวมีอะไรบ้าง) ตกลงราคากันเสร็จสรรพก็ไปกะเค้าเฉย 555 แผนเผินรีวิวอะไรต่างๆเป็นอันล้มเลิก ไปตามลุงเค้าบอกแล้วกัน คนขับรถที่ดูแลเราครั้งนี้คือ Mr. San ค่ะ ดูแลดีอยู่นะประทับใจค่ะ ถึงจะแพงกว่าเที่ยวเองก็โอเคแหละ
แวะกินข้าวเช้ากันหน่อยก็เป็นอาหารถิ่นพม่านี่แหละนะ หน้าตาอาหารก็คล้ายๆ บ้านเราแต่ก็จะดูมันๆ กว่า อาหารที่นี่เค้าจะเสิร์ฟพร้อมกับน้ำพริก+ผักสไตล์บ้านเค้าแล้วก็มีชาร้อนค่ะ รสชาติอาหารก็โอเคอยู่นะ ร้านนี้น่าจะขึ้นชื่อเพราะเห็นคนมาทานกันเยอะมีรถเข้าออกตลอด
อิ่มท้องแล้วจุดแรกที่เราแวะเที่ยวคือ สุสานสงครามเทาเกียน (Taukkyan War Cemetery) ค่ะ ตั้งอยู่ระหว่างทางที่จะไปพะโค เป็นสุสานกว้างๆ ยิ่งใหญ่สวยงามและร่มรื่นดี ช่วงที่เราไปนักท่องเที่ยวยังไม่มากนัก
อิ่มแล้วก็ไปต่อกันที่เจดีย์ไจ๊ปุ่นหรือพระสี่ทิศ (Kyailpun Paya) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยอายุกว่า 500 ปี 4 องค์นั่งหันหน้าไปองค์ละทิศ เสร็จจากนี้เราก็มุ่งหน้ากลับย่างกุ้งค่ะ ทริปนี้เราพักที่ Pleasant View Hotel ที่อยู่ใกล้กับเจดีย์ชเวดากอง ด้วยความตั้งใจแรกที่ว่าจะเดินไปที่เจดีย์กันเองแต่แผนเปลี่ยนเป็นเราเหมาแท๊กซี่เที่ยว ขึ้นห้องพักล้างหน้าล้างตาเสร็จเราก็เดินทางไปชมความงามของมหาเจดีย์ชเวดากองกันค่ะ
ตอนต่อไป..ย่างกุ้งจ้า...
เสร็จจากซื้อซิมพวกเราก็ถูกแท๊กซี่รุมล้อมประดุจเซเลป แต่เราวางแผนมาแต่แรกแล้วว่าจะนั่งแท๊กซี่เที่ยวกันเองในแต่ละจุด สอบถามเราว่ามากี่วันแนะนำว่าวันแรกเราควรไปหงสา (พะโค / Bago) ก่อนนะแล้ววันกลับค่อยเที่ยวในย่างกุ้ง (หงสานี่ไม่อยู่ในแพลนเลยอ่ะ ไม่ได้ดูมาด้วยว่าที่เที่ยวมีอะไรบ้าง) ตกลงราคากันเสร็จสรรพก็ไปกะเค้าเฉย 555 แผนเผินรีวิวอะไรต่างๆเป็นอันล้มเลิก ไปตามลุงเค้าบอกแล้วกัน คนขับรถที่ดูแลเราครั้งนี้คือ Mr. San ค่ะ ดูแลดีอยู่นะประทับใจค่ะ ถึงจะแพงกว่าเที่ยวเองก็โอเคแหละ
แวะกินข้าวเช้ากันหน่อยก็เป็นอาหารถิ่นพม่านี่แหละนะ หน้าตาอาหารก็คล้ายๆ บ้านเราแต่ก็จะดูมันๆ กว่า อาหารที่นี่เค้าจะเสิร์ฟพร้อมกับน้ำพริก+ผักสไตล์บ้านเค้าแล้วก็มีชาร้อนค่ะ รสชาติอาหารก็โอเคอยู่นะ ร้านนี้น่าจะขึ้นชื่อเพราะเห็นคนมาทานกันเยอะมีรถเข้าออกตลอด
![]() |
| ค่าเสียหายมื้อแรก |
อิ่มท้องแล้วจุดแรกที่เราแวะเที่ยวคือ สุสานสงครามเทาเกียน (Taukkyan War Cemetery) ค่ะ ตั้งอยู่ระหว่างทางที่จะไปพะโค เป็นสุสานกว้างๆ ยิ่งใหญ่สวยงามและร่มรื่นดี ช่วงที่เราไปนักท่องเที่ยวยังไม่มากนัก
หลังจากนั้นเราก็แวะที่วัดอะไรซักที่จำชื่อไม่ได้ ตอนเข้าไปเราก็งงๆ ต้องไปไหว้พระอะไรตรงไหนก็ไม่เห็นมีอะไรนี่นา ก็เป็นวัดเล็กๆ ธรรมดา มีแต่กลุ่มทัวร์คนไทยอยู่ในนั้น ในมือทุกคนถือจานใส่ข้าวเล็กๆ แล้วยืนต่อแถวกันอยู่ เราเดินๆตามเค้าไปรับข้าวแล้วก็ต่อท้ายแถว สรุปได้ว่าน่าจะเป็นการใส่บาตรพระเพลค่ะ
จากนั้นเราก็ไปกันที่ เจดีย์ชเวมอดอ (Shwemawdaw Pagoda) ที่นี่เราเสียค่าเข้าชมไปคนละ 10,000 จ๊าด เจดีย์ชเวมอดอ นี่ก็งดงามแล้วอดคิดไม่ได้ว่า มหาเจดีย์ชเวดากอง ที่เราจะไปชมเย็นนี้จะงดงามอลังการขนาดไหน
ต่อมาเป็นพระราชวังบุเรงนอง (Kanbawza Thardi Palace) ที่เป็นสีทองอร่าม ด้านในสองฝั่งจะเป็นโล่งๆ ค่ะและส่วนกลางจะเป็นส่วนของบัลลังก์
ส่วนนี้จะเป็นฝั่งส่วนบรรทมค่ะ
ตรงข้ามกันจะเป็นศาลพระสุพรรณกัลยา
คุณลุงคนขับถามเราว่าอยากไป Snake Pagoda ไหม เราถามว่าเป็นรูปปั้นงูเหรอหรือว่า snake ที่เป็นสัตว์ (คือไม่ได้ทำการบ้านพะโคมาเลย) คุณลุงโชว์คลิปให้ดู หูยยยยย ตัวบะเร่อเลยผ่านเลยดีกว่า
ต่อกันที่ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาลยอง (Shwethalyaung Buddha) พระนอนยิ้มหวานนั่นเองค่ะ เป็นพระนอนองค์ใหญ่และสวยงาม ด้านหน้าทางเข้าเป็นตลาดที่ขายพวกผ้านุ่งพม่า ชุดพม่าและก็พวกของฝากต่างๆ ลุงคนขับเรียกที่นี่ว่าเป็นไทยแลนด์มาร์เก็ตและแนะนำว่าถ้าอยากซื้อพวกของฝากก็ซื้อที่นี่ได้เลยราคาจะถูกกว่าในย่างกุ้ง พวกเราเตรียมพวกผ้าถุงมาจากบ้านแล้วแต่เห็นที่นี่แล้วก็อดใจไม่ได้ ซื้อชุดแบบสาวพม่ามาเปลี่ยนเลยค่ะ ที่นี่จ่ายเป็นเงินไทยได้เลยแม่ค้าพูดไทย ราคาของก็เป็นเงินไทย เลือกลายผ้าถุงกันเพลินเลยต้องมีคนแบบเราเศรษฐกิจถึงจะขับเคลื่อน 555
จากนั้นก็แวะทานกลางวันกัน พวกเราอยากลองกินอาหารถิ่นแบบอื่นแต่คุณลุงแนะนำว่าอาหารถิ่นที่นี่ไม่โอเคสำหรับนักท่องเที่ยว เราเลยกินกันที่ร้านอาหารนึงเห็นมีแท๊กซี่พาแขกมากิน 2-3 คัน อาหารรสชาติใช้ได้ราคาก็ไม่แพงค่ะและก็ดูสะอาด
อิ่มแล้วก็ไปต่อกันที่เจดีย์ไจ๊ปุ่นหรือพระสี่ทิศ (Kyailpun Paya) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยอายุกว่า 500 ปี 4 องค์นั่งหันหน้าไปองค์ละทิศ เสร็จจากนี้เราก็มุ่งหน้ากลับย่างกุ้งค่ะ ทริปนี้เราพักที่ Pleasant View Hotel ที่อยู่ใกล้กับเจดีย์ชเวดากอง ด้วยความตั้งใจแรกที่ว่าจะเดินไปที่เจดีย์กันเองแต่แผนเปลี่ยนเป็นเราเหมาแท๊กซี่เที่ยว ขึ้นห้องพักล้างหน้าล้างตาเสร็จเราก็เดินทางไปชมความงามของมหาเจดีย์ชเวดากองกันค่ะ
ตอนต่อไป..ย่างกุ้งจ้า...








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น