วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2561

3 ครั้ง 3 ครา ณ เชียงคาน


เชียงคานครั้งที่ 3 นี้ตามกระแสคำเรียกร้องของ 2 สาว รุ่นน้องและรุ่นพี่ที่เจอกันในทริปเที่ยวเมื่อนานนนนมาแล้ว อย่างที่เค้าว่าถ้าได้เที่ยวด้วยกันแล้วถูกคอ จริตมันได้ก็เลยมีครั้งที่สองสามสี่มาเรื่อยๆ ทริปของปีนี้หวยเลยมาออกที่เชียงคาน ที่เราได้เสนอตัวเป็นไกด์ให้นักท่องเที่ยวสาวสองคนนี้




การเดินทางครั้งนี้ทุุลักทุเลตั้งแต่การจองตั๋วกันเลยทีเดียว เว็บไซต์จองตั๋วออนไลน์ของ บขส ปิดปรับปรุงเป็นเดือนๆ จนถึงวันที่เราออกเดินทางก็ยังปิดปรับปรุงอยู่ (ซึ่งไม่รู้ตอนนี้ใช้ได้รึยัง) เราเลยเลือกการจองผ่าน Thaiticket ราคาตั๋ว VIP ก็แรงใช้ได้เลย แต่ไปรถทัวร์สำหรับพวกเราคือสะดวกสุดแล้ว ลงที่ตลาดแถวถนนคนเดินเลย ไม่ต้องไปต่อรถอะไรอีก ซึ่งเราก็ได้รถเสริมมา เราว่าราคาขนาดนี้ถ้าเป็น VIP ของนครชัยหรือสมบัติสบายกว่ากันมากๆเลยนะ อันนี้เราว่ามันแคปเหยียดขาไม่สบายอ่ะ

หน้าตารถฟักทองของเรา
ถึงเชียงคานก็จองตั๋วขากลับกันเหนียวไว้ก่อนจากนั้นก็เดินหาที่พัก เชียงคานวันธรรมดาเงียบสงบมากๆแถมราคาที่พักก็ไม่แพงอีกด้วย พวกเราได้ที่พักห้องนอน 3 คน มาได้ในราคาคืนละ 800 บาท แต่พวกเราขอเช็คอินออกเกินเวลาไปอีกครึ่งวัน คุณยายบ้านพักก็คิดเรทเราอีกแค่ครึ่งวันไม่ได้คิดเป็น 2 คืน สรุปรวม 1200 บาท หลังห้องติดริมโขงเลยวิวดีเวอร์


ถนนคนเดินเชียงคานวันธรรมดานี่ว่าของไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นะ เปรียบเทียบกันกับที่เคยมาเชียงคานสองครั้งก่อน แต่คนก็ไม่เบียดเสียดเหมือนกัน เดินหาของกินได้อย่างสบายๆมาก มาทริปนี้พวกเราไม่ได้กินอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย กินนู่นนี่อย่างละนิดละหน่อย ถนนคนเดินนี่ของกินน่าอร่อยเยอะแยะ กว่าจะถึงที่พักของกินเล่นก็เต็มไม้เต็มมือไปหมด อิ่มมากๆ อร่อยทุกอย่างเลยเช่นกัน








กิจกรรมตอนเช้าของเชียงคานที่ขาดไม่ได้คือการตักบาตรข้าวเหนียว ของตักบาตรที่ติดต่อได้ที่คุณป้า คุณยายที่พักของเราได้เลย พอตักบาตรเสร็จจะมีสกายแล็ปนำเที่ยวมาจอดรอ เราก็ให้คุณยายที่บ้านพักเราติดต่อให้เช่นกัน คนละ 200 บาทจะเป็นทัวร์ประมาณครึ่งวัน เริ่มจากไปดูทะเลหมอกที่ภูทอก วัดพระบาทควายเงิน ไร่สตอเบอร์รี่ แก่งคุดคู้ แล้วที่สุดท้ายคือวัดเชียงคาน



เราขึ้นมาถึงภูทอกก็สว่างแล้ว ไม่เจอทะเลหมอกแฮะมาครั้งนี้ อุส่าห์โม้กะลูกทริปว่าทะเลหมอกที่ภูทอกนั้นสวยไม่แพ้ที่ไหนๆ พอขึ้นมาถึงหมอกก็บ๊ายบายเราไปแล้ว หรือว่าเราไปมันเป็นช่วง low แล้วก็ไม่รู้ ไม่หนาวไม่เจอหมอก แต่ก็ได้เห็นวิวเมืองเชียงคานแทน สำหรับเรานี่เป็นครั้งแรกที่ขึ้นภูทอกแล้วเห็นวิวเมืองนะ เพราะมาสองครั้งก่อนหน้านี้ก็เจอหมอกตลอด วิวเมืองก็สวยแปลกตาดีเหมือนกันก็ถือว่าไม่เสียใจเท่าไหร่ (เพราะมาหลายรอบแล้ว 555)
วิวเมืองมองจากบนภูทอก


ไปต่อกันที่วัดพระบาทควายเงิน เหล่าพี่ๆสกายแล็ปจอดตรงทางขึ้นวัด จากจุดนี้เราต้องนั่งรถปิี๊กอัพของทางวัดที่จะมารับขึ้นไป ค่าโดยสารขึ้นลงคนละ 25 บาท






แวะมาให้อาหารน้องๆหมูป่ากับกระต่ายได้นะ




ไร่สตอเบอรี่ให้เค้าไปชมและเก็บได้นะ ถ้าเก็บนี่คิดโลเท่าไหร่ไม่รู้จำไม่ได้ พวกเราได้แต่เข้าไปถ่ายรูปเฉยๆ ไร่ก็ไม่ใหญ่มาก ซื้อที่เค้าเก็บมาให้แล้วไปกินดีกว่าลูกใหญ่กว่าด้วย ฮ่าๆ แต่สตอเบอรี่ไร่นี้หวานดีอ่ะ ลูกเป็นแดงๆเงาๆเลย หวานเจี๊ยบ โลละเท่าไหร่ก็จำไม่ได้อีกเหมือนกันเอาเงินกองกลางจ่าย ไม่ได้จำ (คือนี่จะไม่จำอะไรเลย!!!)



แว๊นสกายแล็ปมาต่อที่แก่งคุดคู้ แต่มาครั้งนี้ไม่ได้นั่งเรือชมโขงได้แต่ซื้อของฝากและก็ของกินกลับไป ปล่อยให้เพื่อนๆ สองสาวถ่ายรูปกันไป เราก็เดินตามดูนั่นนี่ไปชิลๆ เป็นเพราะเรามาเป็นครั้งที่สามแล้วมั้ง เลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ 

เชียงคานเป็นเมืองชิลๆแหละมาผ่อนคลาย มาดูวิถีเรียบง่ายของคนที่นี่ เราว่าที่นี่เป็นเมืองที่น่ารักนะ ผู้คนก็ยิ่งน่ารัก จะมี 4 ครั้้้ง 4 ครา ณ เชียงคานอีกมั้ยก็ไม่รู้เนอะ ติดตามดูกันต่อไป บายยยยย



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น